ในหลายองค์กร เรามักเห็นทีมที่รอทำตามคำสั่ง แต่ไม่ค่อยขยับทำอะไรเอง ต่างจากอีกทีมหนึ่งที่แม้จะเจอปัญหาเหมือนกัน แต่กลับลุกขึ้นมาคิด แก้ไข และสร้างผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง ทีมแบบหลังนี่แหละที่เรียกว่า High Agency Team
High Agency ไม่ได้หมายถึงเก่งที่สุดแต่ไม่รอและไม่ยอมแพ้ง่ายๆต่อข้อจำกัด คนในทีมจะรู้สึกว่า “นี่คืองานของฉัน” ไม่ใช่ “นี่คือสิ่งที่ฉันถูกสั่งให้ทำ” พวกเขาจะมองหาวิธีใหม่ ๆ กล้าตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์อย่างแท้จริง
คำถามคือ…ในฐานะหัวหน้าทีม เราจะสร้างทีมแบบนี้ได้อย่างไร?
High Agency Team หน้าตาเป็นอย่างไร?
ลองเช็คสัญญาณของทีม High Agency กันก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร
- เมื่อเจอปัญหา: จะไม่เพียงแค่รายงาน แต่เสนอแนวทางแก้ไข
- เมื่อเป้าหมายไม่ชัด: กล้าถามและช่วยกันทำให้เกิดความชัดเจน
- เมื่อมีโอกาส: ไม่ต้องรออนุมัติทุกเรื่อง แต่คิดและทดลองทำ
- เมื่อผิดพลาด: ไม่โทษกัน แต่เรียนรู้และปรับปรุง
พูดง่าย ๆ คือ “กล้าคิด กล้าลงมือทำและรับผิดชอบเอง” ในกรอบที่เหมาะสม
แล้วอะไรทำให้ทีม “ไม่มี Agency”?
หลายครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนในทีม แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมที่เราสร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น
- หัวหน้าสั่งละเอียดทุกขั้นตอน (Micromanage)
- เน้นลงโทษความผิดพลาดมากกว่าสนับสนุนการเรียนรู้
- เป้าหมายไม่ชัด แต่คาดหวังสูง
- ไม่เปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็น
ผลคือคนในทีมเลือกที่จะเพลย์เซฟมากกว่าลุกขึ้นทำ
5 วิธีที่ผู้นำใช้สร้าง High Agency Team
- เปลี่ยนจาก “สั่ง” เป็น “ตั้งคำถาม”
ถ้าหัวหน้าอยากให้ทีมคิด คุณต้องหยุดคิดแทนเขา
แทนที่จะบอกว่า “ทำแบบนี้นะ แล้วส่งภายในพรุ่งนี้”
ลองเปลี่ยนเป็น “คุณคิดว่ามีวิธีไหนที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด?”
“ถ้าต้องส่งพรุ่งนี้ ควรจะจัดลำดับความสำคัญอย่างไรบ้าง?”
คำถามที่ดีจะกระตุ้นให้ทีมคิด วิเคราะห์ และรู้สึกเป็นเจ้าของมากขึ้น
- ทำให้เป้าหมายชัดและมีความหมาย
High Agency จะไม่เกิด ถ้าคนไม่รู้ว่ากำลังทำไปเพื่ออะไร
หัวหน้าที่ดีต้องช่วยให้ทีมเห็นว่า:
- งานนี้สำคัญอย่างไร
- เชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กรอย่างไร
- ผลลัพธ์ที่ดีหน้าตาเป็นแบบไหน
เมื่อคนเห็นภาพชัด เขาจะอยากทำมากกว่า “ต้องทำ”
- ให้อำนาจในการตัดสินใจ (Empower) อย่างเหมาะสม
การสร้าง ownership ไม่ใช่แค่บอกว่า “งานนี้เป็นของคุณนะ” แต่ต้องให้สิทธิ์ในการตัดสินใจแก่เขาด้วย
ลองถามตัวเองว่า:
- มีเรื่องไหนที่ทีมยังต้องมาขออนุมัติ ทั้งที่เขาน่าจะตัดสินใจเองได้?
- เราเปิดพื้นที่ให้เขาลองผิดลองถูกแค่ไหน?
เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายขอบเขตความรับผิดชอบ จะช่วยให้ทีมมั่นใจขึ้น
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ “ลองและพลาดได้”
ถ้าทุกความผิดพลาดถูกตำหนิ คนจะไม่กล้าคิดใหม่ทำใหม่
High Agency Team ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่:
- พูดความจริงได้
- เสนอไอเดียได้โดยไม่โดนตัดสินหรือตำหนิ
- ผิดพลาดแล้วมีโอกาสเรียนรู้ได้
หัวหน้ามีบทบาทสำคัญมาก เช่น:
- เวลามีปัญหา อย่าถามว่า “ใครผิด?” แต่ถามว่า “เราได้เรียนรู้อะไร?”
- กล้ายอมรับความผิดพลาดของตัวเองหรือแบ่งปันให้ทีมเห็น
เมื่อความกลัวลดลง ความคิดสร้างสรรค์จะเพิ่มขึ้น
- โฟกัสที่ผลลัพธ์มากกว่าวิธีการ
High Agency Team ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนที่คุณคิด
ถ้าหัวหน้ายึดติดกับวิธีการมากเกินไป เช่น “ต้องทำแบบนี้เท่านั้น” คุณกำลังปิดโอกาสให้ทีมคิด
ลองเปลี่ยนเป็นกำหนด ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้ทีมเลือกวิธีเอง
แน่นอนว่าอาจมีบางครั้งที่วิธีของเขาไม่ตรงใจ แต่ถ้าผลลัพธ์ดี นั่นคือสิ่งที่ควรโฟกัส
Mindset ของผู้นำ: จาก “คนควบคุม” เป็น “ให้โอกาสคนได้แสดงศักยภาพ”
หัวใจสำคัญของการสร้าง High Agency Team คือ mindset ของผู้นำ
ลองเช็คตัวเอง:
- คุณเชื่อไหมว่าทีมคุณคิดเองได้?
- คุณโอเคแค่ไหนถ้าผลลัพธ์ดี แต่ไม่ได้มาจากวิธีที่คุณคิด?
- คุณกล้าปล่อยให้ทีมลอง โดยที่คุณไม่ต้องควบคุมทุกอย่างไหม?
ผู้นำที่สร้างทีมแบบนี้ได้ มักไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ดึงศักยภาพคนอื่นออกมาได้ดีที่สุด
High Agency Team ไม่ได้เกิดจากการบอกให้มี ownership แต่เกิดจากการที่ผู้นำสร้างสภาพแวดล้อมและวิธีการนำ
ถ้าอยากได้ทีมที่ “ลุกขึ้นทำเอง” ผู้นำจะต้องเริ่มจากการ “ถอยออกมานิดหนึ่ง” เพื่อให้เขาได้ก้าวเข้ามาแทน แล้วคุณจะได้ทีมที่ทำงานเก่งขึ้น คิดเป็น ลงมือทำ และเติบโตไปพร้อมกันจริง ๆ

อาจารย์ปุ๊ก ปุณญรัศมิ์ พณิชย์ศิริ (Certified ICF Coach, PCC)
วิทยากร โค้ช กระบวนกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากร
ให้ใช้ศักยภาพเต็มที่เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
สนใจหลักสูตร Mindful Leadership และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่นๆ กรุณาติดต่อ
BeSunshine Co.,Ltd.
88/155 ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวง/เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230
Tel/Line: 096-9144165
Email: [email protected]
Line ID: bhunpooky
FB Page: www.facebook.com/coachpooky