hit counter

6 เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับคนทำงาน (Time Management)

6 เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับคนทำงาน (Time Management)

การบริหารเวลาเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จในทุกอาชีพ การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ทำงานได้ทันเวลา ลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และมีเวลาพักผ่อนหรือพัฒนาตัวเองมากขึ้น

และนี่คือ 6 เทคนิคการบริหารเวลาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิต


1.ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือทำ

การเริ่มต้นแบบมีเป้าหมายจะช่วยให้คุณรู้ว่าต้องทำอะไร เพื่ออะไรและควรใช้เวลาอย่างไร ด้วยการตั้งเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART ได้แก่

S: Specific – เฉพาะเจาะจง
M: Measurable – วัดผลได้
A: Achievable – สามารถบรรลุผลได้
R: Realistic – สอดคล้องกับความเป็นจริง
T: Time-bound – กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน


2. จัดลำดับความสำคัญของงาน

การบริหารเวลาด้วยการจัดลำดับความสำคัญตามเทคนิค Eisenhower Matrix ช่วยให้คุณแยกแยะงานตามความสำคัญและความเร่งด่วน โดยแบ่งงานเป็น 4 หมวดหมู่ ดังนี้

  • สำคัญและเร่งด่วน: ทำทันที! เช่น งานที่ใกล้กำหนดส่งมากๆ
  • สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน: วางแผนเพื่อทำทีหลัง เช่นการพัฒนาทักษะใหม่ การวางแผนโครงการระยะกลางและยาว
  • ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน: งานที่มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ เช่น การตอบอีเมลที่มีผู้รอข้อมูลอยู่
  • ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน: ตัดทิ้งได้เลย เช่น การประชุมที่ไม่กี่ยวข้องกับงานของเรา

เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณโฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ๆ รู้จักมอบหมายงานบางอย่างให้กับผู้อื่นไม่เสียเวลากับงานที่ไม่จำเป็น


3. ใช้เครื่องมือช่วยวางแผน

สร้างตารางเวลาและระบุรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-Do List) เพื่อวางแผนและจัดสรรเวลาให้กับแต่ละงาน ใช้ Gantt Chart ระบุ Time line เริ่มต้นและสิ้นสุดของแต่ละงานสำหรับติดตามความคืบหน้าเพื่อช่วยให้ไม่หลุดโฟกัสและทำให้งานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ช่วยลดความกังวลลงได้


4. กำหนดช่วงเวลาเฉพาะสำหรับงาน (Time blocking)

การสลับงานบ่อย ๆ ทำให้สมองเหนื่อยง่ายและลดประสิทธิภาพลง การจัดเวลาทำงานแบบ Time Blocking โดยกำหนดช่วงเวลาเฉพาะสำหรับงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • ช่วงเวลาสำหรับงานที่ต้องการสมาธิสูง
  • ช่วงเวลาสำหรับการประชุมหรือติดต่อสื่อสาร
  • ช่วงเวลาสำหรับงานบริหารหรืองานเอกสาร

การแบ่งเวลาแบบนี้จะช่วยให้คุณมีโฟกัสกับงานแต่ละประเภทได้ดีขึ้น และลดการรบกวนและการเสียเวลาจากการสลับไปมาระหว่างงานต่าง ๆ


5. จัดการสิ่งรบกวนอย่างจริงจัง

สิ่งรบกวนเล็ก ๆ เช่น การแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย การคุยแชต สามารถทำให้เสียเวลาและเสียสมาธิได้ง่าย ควรปิดเสียงแจ้งเตือนขณะทำงานและแจ้งทีมว่าอยู่ในช่วงทำงานสำคัญ

รู้จักปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นหรือต่อรองด้วยเหตุผล เพื่อจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking)


6. แบ่งเวลาเพื่อการพักผ่อน

จัดสรรเวลาสำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลายเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ.  ใช้เทคนิค Promodoro หรือการพักสั้น ๆ ทุก 25–30 นาที ช่วยให้สมองไม่ล้า ลดความผิดพลาด และทำงานอย่างต่อเนื่องได้มากขึ้น  นอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพในแต่ละวัน ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อลดความเครียดและเพิ่มพลังงานให้กับตนเอง

การบริหารเวลาจะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีคุณภาพและมีชีวิตสมดุล และมีพลังในการพัฒนาตัวเองในระยะยาว

 


 

 

 

 

 

อาจารย์ปุ๊ก ปุณญรัศมิ์ พณิชย์ศิริ (Certified ICF Coach, PCC)
วิทยากร โค้ช กระบวนกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากร
ให้ใช้ศักยภาพเต็มที่เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

สนใจหลักสูตร Mindful Leadership และหลักสูตรพัฒนาทักษะอื่นๆ กรุณาติดต่อ

BeSunshine Co.,Ltd.
88/155 ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวง/เขตคันนายาว กรุงเทพ 10230

Tel/Line: 096-9144165
Email: [email protected]
Line ID: bhunpooky
FB Page: www.facebook.com/coachpooky